หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมนูเด็ด ไข่เจียวไข่มดแดง

เมนูเด็ด ไข่เจียวไข่มดแดง

ถ้าจะพูดถึงเมนูเด็ดของอาหารอีสานอีกหนึ่งเมนู ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่เชื่อได้ว่าอาหารในภาคอื่นจะต้องไม่มีเมนูนี้เป็นแน่ นั่นก็คืออาหารอีสานที่ทำมาจากไข่มดแดง ท่านสามารถลองมาชิมได้ที่ร้านอาหารในอุบล ความพิเศษของไข่มดแดงก็คือ เป็นอาหารที่หาทานได้ยากและเป็นอาหารที่มีเฉพาะฤดูกาลไม่มีให้ทานตลอดทั้งปีนั้นเอง ไข่มดแดงสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูยำ เมนูแกง เมนูทอด เป็นต้น วันนี้เราได้นำเมนูเด็ดจากไข่มดแดงมาแนะนำให้ท่านได้ลิ้มลองความอร่อย นั่นก็คือเมนูไข่เจียวไข่มดแดง

สำหรับเมนูเด็ด เมนูไข่เจียวไข่มดแดง มองดูแล้วอาจจะเป็นเมนูที่ง่ายๆ แต่การที่จะทำให้อร่อยได้นั้นเราต้องมีเคล็ดลับในการทำ เมนูไข่เจียวไข่มดแดงเป็นเมนูอาหารที่นำไข่มดแดงมาตีผสมกับไข่จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เคล็ดลับอยู่ที่การทอด คือต้องนำไปทอดกับไฟอ่อนๆ จนสุกเหลือง ก็สามารถทานได้ และต้องพิถีพิถันการการทอดไข่เพื่อที่จะไม่ทำให้ไข่มดแดงไหม้และติดกระทะ ซึ่งร้านอาหารอีสาน The Home ร้านอาหารในอุบลอยากให้ท่านได้ลิ้มลองความแปลกใหม่ของเมนูอาหารจานนี้คือ เมื่อท่านทานไข่เจียวไข่มดแดงจะสามารถสัมผัสได้ถึงความกรุบกรอบจากไข่มดแดงที่นำมาเป็นเครื่องเคียงผสม เป็นความลงตัวของเมนูที่ท่านจะต้องได้ลิ้มลองสักครั้งในชีวิต...

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ...อาหารบำรุงน้ำเหลือง

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

สำหรับเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่นำมาแนะนำในวันนี้คือ อาหารบํารุงน้ำเหลือง สำหรับผู้ที่มีอาการโรคน้ำเหลืองไม่ดี ซึ่งร้านอาหารในอุบลก็มีหลายร้านที่ใส่ใจความต้องการของลูกค้าในด้านสุขภาพ เพราะคนที่มีน้ำเหลืองไม่ดีเวลาเกิดบาดแผลที่ผิวหนังมักหายได้ช้า และทำให้มีปัญหารอยแผลเป็นที่ผิวหนังได้ง่าย เนื่องจากอวัยวะมีการอัดอั้น (congestion) ระบายน้ำเหลืองไม่ราบรื่น เมื่อของเสียถูกสะสมไว้นาน ๆ จะเกิดคั่งค้าง ไม่มีการถ่ายเทออกไป ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายนั่นเอง

และเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่มีอาการโรคน้ำเหลืองไม่ดีที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ไข่ นม อาหารที่อมน้ำมันมาก ๆ เพราะจะทำให้เกิดการแทรกซ้อนติดเชื้อตามผิวหนัง กลายเป็นโรคน้ำเหลืองเสียได้อีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใส่ใจเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและระบบน้ำเหลือง เพื่อสุขภาพผิวพรรณที่ดีของตัวคุณเอง เรามาดูกันว่า อาหารบํารุงน้ำเหลือง นั้นมีอะไรกันบ้าง

  • ผักผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี อีกทั้งผักผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง ม่วง แดง ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน จำพวก แครอท บร็อคโคลี มะละกอ มะเขือเทศ สับปะรด ฟักทอง ผักคะน้า ตำลึง ซึ่งพืชผักเหล่านี้มีส่วนช่วยลดริ้วรอย รอยดำจากสิว รอยแผลเป็นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้วิตามินเอยังเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ดีอีกด้วย
  • ผักผลไม้ ที่มีซัลเฟอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระจำพวก ฟลาวานอยด์ชื่อ Quercetin ที่ช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ อย่างเช่น คะน้า หัวหอม กระเทียม ซึ่งพืชผักเหล่านี้จะมีสารที่ช่วยเพิ่มความสวยใสของผิว โดยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและทำให้ผิวเปล่งปลั่ง พร้อมกับช่วยล้างพิษในตับและผิวหนังได้อีกด้วย
  • เมล็ดถั่วและธัญพืชต่าง ๆ เช่น ข้าวกล้อง งาดำ เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี และแร่ธาตุสังกะสี ซีเลเนียม ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้ และที่สำคัญยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มเป็นพิเศษ ดังนั้นถ้าหากใครอยากมีผิวที่ดูอ่อนวัย เนียนนุ่ม ขอแนะนำให้กินอาหารจำพวกนี้รับรองเห็นผลแน่นอน
  • ปลาและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากปลา ควรรับประทานเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากในเนื้อปลานั้นจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวที่น้อยกว่าในเนื้อสัตว์ใหญ่เช่น เนื้อวัว หมู เป็ด ไก่ และที่สำคัญปลายังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 (EPA และ DHA) ที่ช่วยต่อต้านการอักเสบ ลดริ้วรอย และยังทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณดูเอิบอิ่ม สดใส เปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้นอีกด้วย

และทั้งหมดนี้คือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยบำรุงน้ำเหลือง และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ น้ำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกาย ที่ช่วยให้ระบบทำงานอย่างลื่นไหล เช่น ระบบขับถ่าย ระบบสมอง และความสดชื่นของร่างกาย นอกจากนี้แล้วยังช่วยขับสารพิษหรือของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้อีกด้วย ส่งผลทำให้ผิวพรรณดูกระจ่างใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญนอกจากการรับประทานเพื่อสุขภาพแล้วควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย สำหรับใครที่อยากจะรับประทานอาหารอย่างอร่อยและได้สุขภาพแนะนำที่ร้านอาหารในอุบลได้เลยรับรองจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

อาหารสุขภาพ...สำหรับคนเป็นโรคไต

อาหารสุขภาพ

เคล็ดลับการเลือกอาหารสุขภาพสําหรับคนเป็นโรคไต ถ้าพูดถึงโรคไตเชื่อว่าในปัจจุบันเป็นยุคที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้กันมาก เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกายในทุก ๆ วัน ซึ่งการรับประทานอาหารบางชนิดมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต โดยที่เราเองอาจไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปนั้น ส่งผลต่อการทำงานของไต ซึ่งร้านอาหารในอุบลหลายร้านก็ได้มีการทำอาหารที่เหมาะสำหรับแต่ละคนที่มีโรคประจำตัว ให้ได้รับประทานอาหารได้อย่างอร่อย และไม่ต้องเป็นกังวลว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปจะส่งผลกับโรคที่เป็นอยู่

และอาหารสุขภาพ อาหารสำหรับคนป่วยเป็นโรคไตที่ควรจะหลีกเลี่ยงก็คือ อาหารที่มีไขมัน คอเลสเตอรอลมาก อาหารที่มีโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูงเกินไป ซึ่งอาหารเหล่านี้ถ้ารับประทานในปริมาณมากในแต่ละมื้อ จะส่งผลให้ไตทำงานหนักมากกว่าปกติ และส่งผลให้ไตเสื่อมในระยะยาวได้ ดังนั้นควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินสักนิด อาหารสําหรับคนเป็นโรคไต ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ และอาหารสุขภาพสําหรับคนเป็นโรคไตควรเลือกรับประทานคือ

  • ผัก ผักอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร แนะนำให้เป็นผักต้มจะดีที่สุด และที่สำคัญควรจะเลือกรับประทานผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ แตงกวา บวบเหลี่ยม เห็ดหูหนู ฟักเขียว แฟง ผักกาดขาว ผักกาดหอม ถั่วงอก
  • ผลไม้ ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน ใยอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ควรเลือกรับประทานแบบสด ๆ และที่สำคัญควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น ชมพู่ องุ่นเขียว แตงโม ลองกอง เงาะ มังคุด
  • ปลาและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากปลา ควรบริโภคเนื้อปลาแทนการบริโภคเนื้อสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากในเนื้อปลานั้นจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวที่น้อยกว่าในเนื้อสัตว์ใหญ่จำพวก เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เป็ด เป็นต้น
  • คาร์โบไฮเดรต หรืออาหารจำพวกแป้ง ควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตในรูปที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวเจ้า ข้าวไรย์ ข้าวกล้องทุกชนิด ข้าวสาลี และที่สำคัญควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เป็นการควบคุมโปรตีนในร่างกาย

ทั้งหมดนี้คืออาหารสุขภาพสำหรับคนเป็นโรคไต สามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับร้านอาหารในอุบล ก็ได้มีเมนูอาหารที่เหมาะกับคนที่ป่วยเป็นโรคไต เอาไว้แนะนำให้ทุกคนได้มาลิ้มลองกัน และนอกจากการเลือกรับประทานอาหารบํารุงไตแล้ว เราก็ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้นเอง

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมนูอาหารว่าง ง่ายและอร่อยกับเมนูเต้าหูเย็น

เมนูอาหารว่าง

สำหรับเมนูอาหารว่างแล้ว จะเป็นเมนูอาหารที่เป็นอาหารประเภทเบาๆ มีปริมาณอาหารน้อยกว่า อาหารประจำมื้อ หรืออาหารจานหลัก และร้านอาหารในอุบล หลายร้านก็มักจะมีเมนูอาหารว่าง ไว้ให้ลูกค้าได้ได้มาลิ้มลองความอร่อยมากมายหลายเมนู อาหารว่างอาจจะเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้ง มีทั้งคาวและหวาน หรือเป็นอาหารชิ้นเล็กๆขนาดพอคำ หยิบรับประทานได้ง่าย จัดให้สวยงามน่ารับประทานเป็นทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาต วันนี้เรามีเมนูอาหารว่าง เป็นเมนูที่ทำได้ง่ายอยากจะมาแนะนำ นั่นก็คือเมนูเต้าหู้เย็น

เมนูอาหารว่างเต้าหูเย็น เป็นเมนูที่ใครก็สามารถทำได้ง่าย แต่การที่จะทำให้อร่อยและน่ารับประทานได้นั้น ต้องเกิดจากความใส่ใจในการทำด้วย ซึ่งร้านอาหารในอุบล ก็ต้องมีความใส่ใจและพิถีพิถันในอาหารทุกอย่างที่ทำเช่นเดียวกัน เมนูเต้าหูเย็นเอาใจสำหรับใครที่โปรดปรานของหวานน่ากินเมนูนี้ ส่วนผสมเต้าหู้เย็น ก็จะมีน้ำเต้าหู้ 2 ถ้วย นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย กลิ่นสละ (ใส่จนได้สีที่ชอบ) ผงวุ้น 2 1/2 ช้อนชา สำหรับวิธีทำก็เป็นวิธีง่าย เริ่มจาก 1. นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลางพออุ่น เทน้ำเต้าหู้ นมข้นหวาน และน้ำหวานลงไป พอส่วนผสมเริ่มอุ่น เทผงวุ้นลงไป (เคล็ดลับ คือ ให้เทแบบเคาะช้อน ผงวุ้นจะได้กระจาย ละลายง่าย และไม่เป็นก้อน) 2. คนส่วนผสมไปเรื่อย ๆ จนผงวุ้นไม่เป็นเม็ดเล็ก ๆ ติดปลายช้อน หากผงวุ้นละลายดีแล้วให้เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อย รอจนส่วนผสมในกระทะเริ่มมีฟอง (แต่ไม่ต้องถึงกับเดือด) ปิดไฟ พักไว้ 3. นำส่วนผสมมากรองผ่านตะแกรง ประมาณ 2-3 รอบ 4. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ทรงกลม หรือถ้วยทรงกลม พักทิ้งไว้จนเย็น (หรือใช้พัดลมช่วยเป่าจนเย็น) จากนั้นจึงนำเข้าตู้เย็น ประมาณ 1 ชั่วโมง สุดท้าย 5. พอครบเวลานำเต้าหู้เย็นออกมาจากถ้วยกลม เทออกมาบั้ง เป็นแฉก ๆ เสิร์ฟคู่กับกีวี ส้ม กล้วยหอม แคนตาลูป และเยลลี่ เมนูอาหารว่างเต้าหู้เย็น รสชาตินุ่มละมุนลิ้นเหมาะกับหน้าร้อนมาก ๆ ทำเป็นขนมหวานประจำครอบครัวทุกอาทิตย์ก็ไม่มีเบื่อ เพราะเราสามารถเปลี่ยนรสชาติ ลดความหวานลง และเปลี่ยนเครื่องเคียงได้หลากหลาย เช่น ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน งาดำ ฯลฯ หรือใส่ผลไม้ตามฤดูกาลก็ได้

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไข่ออนเซน ต่างกับ ไข่ลวกอย่างไร


          หลายๆ ท่านคงอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับเมนูไข่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารไทย รวมทั้งร้านอาหารในอุบลหลายๆ ร้าน ก็มักจะมีให้เห็นแล้วให้ลิ้มลองเป็นประจำๆ อยู่พอสมควร และก็คงเกิดข้อสงสัยกันว่าไข่ออนเซ็นนั้น แตกต่างจากไข่ลวกอย่างไร

          ไข่ลวก หลายๆ คนก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าไข่ลวกนั้น เป็นเพียงการต้มน้ำให้เดือดแล้วนำไข่ไปแช่ในน้ำเดือดเพียง 3-5 นาทีก็จะเป็นไข่ลวก ที่ไข่ขาวจะ นิ่มๆ แล้วไข่แดงจะไหลเป็นลาวา หรือเป็นยางมะตูม เป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนที่รับประทานเมนูอาหารเช้า หรือควบคู่กับเมนูชูกำลังในช่วงเช้าๆ แล้วไข่ออนเซ็นแตกต่างจากไข่ลวกอย่างไรหล่ะ สำหรับไข่ออนเซ็นนั้น หลายตำรากล่าวไว้ว่าเป็นไข่ที่แช่ในน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิที่ 40 องศาเซลเซียส จนไข่เซ็ตตัวได้ที่ลักษณะจะมีไข่ขาวเป็นเหมือนเยลลี่ แต่ไข่แดงจะแข็งด้านนอกแต่ด้านในยังเป็นน้ำลาวาพร้อมที่จะไหลออกมา ซึ่งวิธีทำก็มีหลากหลายวิธียกตัวอย่างเช่น

          การทำไข่ออนเซ็น ทำได้ง่ายๆ เพียวแค่ ในไข่ไก่ขนาดกลาง มาห่อด้วยกระดาษทิชชู่ให้หนาพอประมาณ แล้ะพักไว้ นำน้ำประมาณท่วมไข่มาตั้งไฟให้เดือด แล้วยกออกจากเตา น้ำไข่ที่พันด้วยกระดาษทิชชู่ใส่ลงไปในน้ำทิ้งไว้ 12 นาที แล้วนำไข่ไปน๊อคน้ำเย็น ทิ้งไว้ซัก4-5 นาที แล้วก็ตอกใส่ถ้วยหรือวใส่ในเมนูที่เตรียมไว้ก็จะได้เมนูที่มีไข่ออนเซน ที่มีไข่ขาวเป็นเยลลี่และไข่แดงที่พร้อมให้จิ้มไหลลาวามาแล้ว

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กินดักแด้ บำรุงชายให้คึกคักฟิตปั๋งได้ ไวอาก้าธรรมชาติ



          ความเป็นชายนั้น ความแข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันแสดงถึงความเป็นชาย หากขาดไปแล้วความมั่นใจก็คงหมดไปด้วย การแก้ปัญหานั้นก็ค่อนข้างราคาสูง การใช้ยาแผนปัจจุบันก็อาจมีผลเสียในระยะยาว แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้มีข่าวดีจากกรมหม่อนไหมว่าอาหารพื้นบ้านไทยๆ เราสามารถคืนความเป็นชายให้ท่านชายได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งทานง่าย อร่อย เป็นทั้งมื้อหลัก เป็นของทานเล่น หรือแม้กระทั่งเป็นกับแก้มได้เช่นกัน และเป็นสิ่งที่เราคุ้นตา และคุ้นเคยกันดี นั่นคือ “ดักแด้

         นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากการที่นายวิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหม และคณะได้ร่วมกับ ผศ.ดร.สมชาย จอมดวง คณะอุตสาหกรรมเกษตร รศ.ดร.ปรัชญา วงศ์ทวีเลิศ และดร.ณัฐชัย ดวงนิล อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการศึกษาวิจัยต่อยอดเพื่อศึกษาสารสกัดในดักแด้ไหมที่มีฤทธิ์ต่อร่างกาย โดยนำดักแด้ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน 2 พันธุ์ คือ พันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ-1 และพันธุ์เหลืองสุรินทร์ ทั้งตัวผู้และตัวเมียเข้าสู่กระบวนการสกัด หลังตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการพบว่า ดักแด้ไหมทั้งตัวผู้และตัวเมียมีฤทธิ์เทียบเท่าสารซิลเดนาฟิล (Sildenafil) หรือไวอากร้า โดยมีฤทธิ์เป็น 102 % ของซิลเดนาฟิล และสารสกัดจากดักแด้ไหม จำนวน 22 ตัว จะมีฤทธิ์เทียบเท่าไวอากร้าขนาด 100 มิลลิกรัม

         “คนไทยนิยมบริโภคดักแด้ไหมที่สุกแล้ว โดยนำไปคั่วซึ่งมีรสมันและอร่อยดี หรือนำไปปรุงอาหารชนิดอื่นก็ได้ เช่น ยำ ไข่เจียวดักแด้ และกะเพรา เป็นต้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะบริโภคดักแด้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะมีดักแด้ไหมขายตามฤดูกาลเลี้ยงไหม ราคากิโลกรัมละ ประมาณ 150-200 บาท ขณะที่ชาวญี่ปุ่นก็บริโภคดักแด้ไหมที่ปรุงแล้วเช่นเดียวกับชาวจีน เกาหลี อินเดีย และพม่า ซึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งมีการนำดักแด้ไหมไปวางจำหน่ายเพื่อรองรับความต้องการ และในอนาคตองค์การสำรวจอวกาศการบินญี่ปุ่นจะนำดักแด้ไหมไปเป็นอาหารของนักบินอวกาศด้วย เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าว

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไข่เจียวพระอาทิตย์ อาหารสุขภาพของคนรักสุขภาพ



      ไข่เจียวพระอาทิตย์ สูตรพระราชทานของในหลวง เป็นเมนูแสนง่ายที่สำหรับคนรักสุขภาพไม่ควรพลาดและวิธีการนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพราะหลายๆ ท่านบางทีอยากจะมีเมนูเร่งด่วนที่อร่อย และดีต่อสุขภาพหรือจะเรียกว่าเป็นเมนูชีวจิตอีกเมนูก็ได้ และแน่นอนว่าไข่เจียวธรรมดาก็คงจะธรรมดาเกินไปที่จะนำมาเสนอ แต่หากพูดถึงไข่เจียวนั้น การสร้างสรรค์เมนูไข่เจียวก็มีมากหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำ ไข่เจียวหมูสับ ไข่เจียวยัดใส้ ไข่เจียวไข่มดแดง ไข่เจียวแฮม หรือแม้กระทั่งพิซซ่าไข่เจียว และยังมีวิธีทำไข่เจียวสนุกๆ อีกมากมายหลายวิธี แต่ก่อนอื่นลองมาเตรียมส่วนผสมของไข่เจียวพระอาทิตย์กันก่อนเลยดีกว่า

ส่วนผสม

     ไข่ไก่ (เบอร์ใหญ่) 1 ฟอง      ชะอมหั่นหยาบ ๆ 1/4 ถ้วย
     ข้าวกล้องหอมมะลิสุก 1/4 ถ้วย
     เห็ดเป๋าฮื้อหั่นเป็นชิ้น 1/4 ถ้วย
     น้ำปลา (เล็กน้อย)
     น้ำมันมะกอก

ขั้นตอนวิธีทำ อันดับแรกของการทำไข่เจียวพระอาทิตย์ คือการนำไข่ไก่มาตีให้ขึ้นฟู ใส่ชะอมเอาส่วนที่อ่อนๆ หั่นลงไป ใส่ข้าวกล้องหอมมะลิสุก เห็ดเป๋าฮื้อหั่น ปรุงรสด้วยน้ำปลา พักไว้ก่อน แล้วนำกระทะตั้งเตา รอกระทะร้อน ใส่น้ำมันมะกอก พอร้อนได้ที่ก็นำส่วนผสมที่เตรียมไว้เทลงไป ทิ้งไว้ให้เซ็ตตัวแล้วพลิกกลับด้าน เจียวให้กรอบตามใจชอบ แล้วตักใส่จานพร้อมเสริฟ จะรับประทานคู่กับซอสมะเขือเทศ มายองเนส หรือควบคู่ไปกับซอสพริกก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกขั้น ซึ่งก็อาจหาทานยากในร้านอาหารในอุบล